รัฐฉาน เมืองพม่า

โปรแกรมทัวร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ



ส่ง Like ให้เพื่อน

รัฐฉาน (Shan State)

เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่าโ่ดย มีอาณาเขตทางด้านทิศตะวันออกติดกับประเทศจีน ลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน ไล่เรื่อยมาจนถึงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำใน อ.แม่สายใน จ.เชียงรายจนไปสิ้นสุดที่ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนทางด้านทิศเหนืออยู่ติดกับรัฐกะฉิ่นและประเทศจีนทางด้านทิศตะวันตกอยู่ ติดกับมณฑลมัณฑะเลย์และมณฑลสกายน์และทางทิศใต้อยู่ติดกับรัฐกะหยิ่น(กระเห รี่ยง) และ จ.แม่ฮ่องสอนของประเทศไทย

รัฐฉานมีเมืองตองยี (Taunggyi) เป็นเมืองหลวงสำหรับคำว่า “ตอง” หมายถึง ภูเขา คำว่า “ยี” หมายถึงใหญเมื่อนำคำสองคำมารวมเข้าด้วยกันแล้วมีความหมายว่า “ภูเขาใหญ่” เมืองตองยีตั้งอยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร หรือ 4,712 ฟุต จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส สำหรับในอดีตที่ผ่านมาเมืองหลวงของรัฐฉานคือเมืองไมตะ ต่อมาย้ายมายังเมืองยองชเวจนกระทั่้งในปี พ.ศ. 1894 จึงย้ายเมืองหลวงมายังเมืองตองยีจนตราบเท่าทุกวันนี้ สำหรับสาเหตุที่ย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่บนอยดเขาก็เพราะว่าสามารถจะมองเห็น ข้าศึกศัตรูผู้เข้ามารุกรานเมืองตองยีได้ง่าย ผู้ก่อตั้งเมืองตองยีได้แก่ ท่านเซอร์เจมส์ จอร์จ สก๊อต ข้าหลวงใหญ่อังกฤษเป็นบุคคลที่ชาวพม่าให้ความรักและความเคารพมากที่สุดท่าน หนึ่งในสมัยประเทศพม่าเป็นอาณานิคมของอังกฤษท่านเซอร์สนใจในประวัติศาสตร์ และประเพณีวัฒนธรรมของประเทศพม่าเป็นอย่างมากท่านทุ่มเทเวลาศึกษา ทุกอย่างอย่างจริงจังและได้แต่งหนังสือขึ้นเรื่องหนึ่งมีชื่อว่า “The Burman His Life And Nations” นับเป็นงานเขียนชิ้นเอกของท่านเซอร์ที่เขียนถึงเรื่องราวต่างๆ ในประเทศพม่าได้ดีที่สุดในศตวรรษที่ 19 และสามารถนำงานเขียนชิ้นเอกชิ้นนี้ของท่านเซอร์มาอ้างอิงได้จนตราบเท่าทุก วันนี้

ประชากร

ภายในรัฐฉานมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่มากถึง 33 เผ่าแต่เผ่าที่อาศัยอยู่ในรัฐฉานมากที่สุดก็คือ
- ชาวฉาน มีพลเมืองประมาณ 40% จุดเด่นมีผิวสีเข้ม
- ชาวปะโอ มีพลเมืองประมาณ 40% มีผิวคล้ำจุดเด่นที่การแต่งกายชองแต่งกายสีดำและผ้าโพกศรีษะสีสันสดใส สีแดง สีส้ม โดยมีเรื่องเล่ากันว่า ชาวปะโออพยพมาจากประเทศธิเบตเมือ 12 ศตวรรษที่ผ่านมาและมีความเชื่อว่าเผ่าพันธุ์ของตนสืบเชื้อสายมาจากมังกร
- ชาวอินตา ชอบอาศัยอยู่ในทะเลสาบอินเล
- ชาวปะหร่อง (กะเหรี่ยงคอยาว) และดานุ จุดเด่นที่ชอบแต่งกายสีดำโพกศรีษะด้วยผ้าสีดำ
- ชาวพม่า กระเหรี่ยงและลาหู่ ฯลฯ

ศาสนา

สำหรับการนับถือศาสนาของประชาชนเผ่้าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในรัฐฉานนับถือศาสนาพุทธ 80 % มุสลิม 8% และศาสนาอื่นๆ 4%

ภาษา

ภาษาพม่าจัดอยุ่ในตระกูลทิเบต-พม่า ซึ่งแยกย่อยออกมาจากภาษาในตระกูลจีน-ทิเบตอีกทีหนึ่ง แม้จะมีประชากรพูดภาษานี้ได้ 80% ทั่วประเทศพม่าแต่พม่าก็ยังมีภาษาประจำเผ่าและภาษาท้องถิ่นตามภูมิภาคต่างๆ อยู่มากถึง 242 ภาษาผ่านภูมิหลังและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไปในหมู่บ้านชนกลุ่มน้อยเผ่า ต่างๆ สะท้อนออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดผ่านทางภาษาพูดเชื่อกันว่าภาษาพม่ามีต้น กำเนิดในแถบเอเชียกลางเป็นถิ่น,านเดิมของบรรพบุรุษชาวพม่าและแพร่หลายอยู่ใน หมู่ชาวไทในรัฐฉานและชมเผ่านมอญ-เขมรมาตั้งแต่ในยุคศตวรรษที่ 19 เมื่ออาณาจักรมอญล่มสลายลง

การสื่อสาร

รหัสโทรศัพท์ของประเทศพม่าคือ 95 สำหรับรหัสของเมืองตองยีคือ 081 สำหรับการเรียกโทรศัพท์อัตโนมัติจากไทยไปยังเมืองตองยีประเทศพม่า รหัส ทางไกล+ประเทศ+เมืองตองยี+หมายเลขปลายทาง โทรศัพท์บ้าน 007/001 95 + 81 + XXXXXX

ระบบเงินตรา

นักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมเงินยูเอสดอลล่าร์เพื่อนำไปชำระเป็นค่าโรงแรม ที่พัก, ค่าตั๋วเครื่องบินและค่าทัวร์ซึ่งจะต้องชำระเป็นธนบัตรใหม่เท่านั้น ส่วนธนบัตรที่มีสภาพเก่าชำรุดมีรอยขีดข่วนซึ่งแสดงถึงการใช้งานมามากเจ้า หน้าที่จะไม่ยอมรับ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมธนบัตรยูเอสดอลล่าร์ในสภาพใหม่ไป นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินสกุลอื่นเป็นเงินจ๊าดของพม่าได้ที่ธนาคารต่างๆ ในเมืองตองยี สำหรับนักท่องเที่เดินทางมากับบริษัททัวร์สามารถแลกเปลี่ยนเงินจ๊าดได้จาก มัคคุเทศก์ผู้นำทางชาวไทยหรือชาวพม่าและถ้าท่านใช้เงินจ๊าดไม่หมดในวันเดิน ทางกลับท่านามารถขอแลกเปลี่ยนเงินกลับคืนจากมัคคุเทศก์ได้ ธนบัตรพม่าเรียกว่า จ๊าด ไม่มีเงินในลักษณะเป็นเหรียญมีแต่เงินในรูปแบบธนบัตรโดยมีราคาตั้งแต่ 5, 10, 15, 20, 50, 100, 200, 500, 1000, และ 2000 จ๊าด

วีซ่า

นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศพม่าจะต้อง นำพลาสปอร์ตพร้อมรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ เพื่อไปยื่นคำร้องขอทำวีซ่าได้ตั้งแต่เวลา 09.00-17.0009.00-17.00 น. ที่สถานทูตพม่า และปัจจุบันสามารถยื่นวีซ่าพม่าที่หน้าด่านได้แล้ว
อัตราค่าธรรมเนียการขอวีซ่าเข้าประเทศพม่า
ท่อง เที่ยว เข้า ออกครั้งเดียว (Single) 1000 บาท 4 วันทำการ (ไม่ โชว์ตัว)
ท่อง เที่ยว เข้า ออกครั้งเดียว (Single) 1800 บาท 1 วันทำการ (ยื่น ด่วน 1 วัน) / (เฉพาะคนไทย)
ธุรกิจ เข้า ออกครั้งเดียว (Single) 1800 บาท 4 วันทำการ
ธุรกิจ เข้า ออกหลายครั้ง (Multiple) 7700 บาท 4 วันทำการ (6 เดือน)

เวลา

เวลาประเทศพม่าช้ากว่าเมืองไทย 30 นาที เวลามาตรฐานของประเทศพม่าเร็วกว่าเวลาที่เมืองกรีนิช 6 ชั่วโมง 30 นาที
ชั่วโมงทำงาน
ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์สำหรับรัฐบาล 09.30 น. ส่วนเอกชนตั้งแต่ 08.00-17.0008.00-17.00 น. ธนาคาร 10.00-15.00 น. ภัตตาคารร้านอาหารส่วนใหญ่ปิดเวลา 22.00 น. ไม่มีตลาดโต้รุ่ง มินิมาร์ทหรือร้านสะดวกซื้อเปิด 24 ชั่วโมงเหมือนบ้านเรา
เทศกาลที่สำคัญของรัฐฉานมีอยู่ 3 เทศกาล คือ
1. เทศกาลแข่งเรือ จัดขึ้นในช่วงระหว่าง เดือนตุลาคมเป็นการแข่งขันเรือโดยใช้เท้าพายเรือแข่งขันกันในทะเลสาบอินเล ด้วยเรือลำใหญ่มีขนาด 20-40 คนต่อลำ มีการแห่เรือการะเวกและการแห่พระพุทธรูปป่าวต่ออู่โดยแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆ จำนวน 15 หมู่บ้านในทะเลสาบอินเลเป็นเวลา 15 วัน
2. เทศกาลทำบุญทอดกฐินและเทศกาลกุ่มไท้หวิ่นหรือเทศกาลโคมไฟบินจัดขึ้นที่เมือง ตองยีช่วงเดือนพฤศจิกายนวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันลอยกระทงชาวบ้านจะทำโคมไฟเป็นรูปสัตว์ในเทพนิยายต่างๆ ลอยแข่งขันกัน
3. เทศกาลสงกรานต์ (เทศกาลติ่นจ่าน) มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และเข้าวัดทำบุญทั้งหมด 4 วัน
ฤดูกาลที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว
ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณตอนล่างของ รัฐฉานมากกว่าตอนบนสาเหตุเพราะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศิลปะวัฒน ธกรรมตลอดจนการดำรงชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในรัฐฉานตัวอย่างเช่น ทะเลสาบอินเล ซึ่งมีความยาวประมาณ 23 กม. กว้าง 11 กม. มีเนื้อที่ประมาณ 158 ตร.กม. จุดที่ลึกที่สุดลึกประมาณ 5 เมตรกลางทะเลสาบ ทะเลสาบอินเลเป็นที่อยู่อาศัยของชาวอินตา นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพของชาวประมงอินตายืนถือใบพายท้ายเรือลำเรียวโดย ใช้ขาข้างหนึ่งถีบไม้พายพาเรือเคลื่อนผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่ในม่านหมอกออกมา ส่วนสายตาก็สอดส่ายหาปลา ภาพของทะเลสาบอินเลกับชาวอินตาผู้อาศัยอยู่ตามท้องน้ำและตามแนวชายฝั่งช่่าง ดูคล้ายกับภาพในเทพนิยายเสียนี่กระไร ชาวอินตาสามารถจะสร้างบ้านเรือนไว้บนผิวน้ำทำสวยผักและสวนไม้ดอกลอยน้ำและ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการออกหาปลาในทะเลสาบอินเลเฉกเช่นเดียวกับบรรพบุรุษที่สืบ ทอดกันมาตลอดชั่วหลายอายุคน นอกจากภาพวิถีชีวิตของชาวอินตาแล้วภายในทะเลสาบอินเลยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งด้วยกันคือ วัดวาอารามเจดีย์ต่างๆ หมู่บ้านกลางทะเลสาบ ตลาดชนเผ่า ฯลฯ ตลอดจนภาพของชาวอินตาที่ใช้เรือแทนรถเดินทางสัญจรไปทุก ซอกทุกมุมภายในทะเลสาบอินเลซึ่งเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดแวะชมเป็น อย่างยิ่ง เมืองตองยีในสมัยยุคอาณานิคมเคยเป็นเมืองตากอากาศของชาวอังกฤษปัจจุบันเป็น เมืองศูนย์กลางทางด้านการปกครอง การศึกษาวัฒนธรรมและการค้าของรัฐฉานโดยในเมืองตองยีมีมหาวิทยาลัย 1 แห่ง วิทยาลัย 2 แห่ง และโรงเรียนมัธยมอยู่ 7 แห่ง
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
ทะลสาบอินเล (Inle Lake)
- หมู่บ้านอินเด (Indein Village)
- สวนผักและสวนไม้ดอกลอยน้ำ (Floating Garden)
- เจดีย์ตองตู (Taungto Pagoda)
- หมู่บ้านจ๊อกเต็ง (Kyauk Taing Village) ทำหม้อ ไหดิน เครื่องปั้นดินเผา
- หมู่บ้านเซเครา (See Kom Village) ตีมีด, ตีเหล็ก
- หมู่บ้านนำปัน (Num Pan Village) ผลิตซิการ์, ต่อเรือ
- หมู่บ้านอินปอคอม (IN Paw Khome Village) ทอผ้าใยบัว, โสร่ง ฯลฯ
- หมู่บ้านยัวมะ (Ywa Ma Village) ทำกระดาษสาและเครื่องเงิน
- เจดีย์พันองค์ (Shwe inn Tain Pagoda)
- เจดีย์อารูโดเปาะ (Alo Taw Pauk Pagoda)
- สำนักสงฆ์ (Nga Phe Chaung Monastery) วัดแมวลอดบ่วง
- วัดพระบัวเข็มหรือวัดป่าว ต่อ อู (Inle Faung Dawoo)
- ตลาดเช้าชนเผ่าและตลาดน้ำ
เมืองยองชเว (Nyuang Shwe)
- City Tour สามล้อ (ไซก้า) ชมเมืองยองชเว
- ท่าเรือยองชเว (Nyuang Shwe Pier)
- เจดีย์โบริตะ (Bolitat Pagoda)
- วัดชาวไทใหญ่ (Shwe Yan Pye Temple)
เมืองตองยี (Taunggyi)
- เจดีย์สุระมุณี (Suramunee Pagoda)
- ตลาดตองยี (Myoma Market or Five Days Market)
- พิพิธภัณฑ์รัฐฉาน (Shan Mesaum)
- เจดีย์ Shwe Phonepuin Pagoda



" ติดตามทัวร์ทั่วโลกอัพเดทบนเฟชบุ๊ค ถูกใจ ด่วนจ้า "

แท็ก คำค้นหา

ความคิดเห็นสมาชิก

3 ความคิดเห็น สำหรับเรื่อง “รัฐฉาน เมืองพม่า”
ความคิดเห็นของ tonkla July 31, 2011 เวลา 8:56 am

ขออนุญาติแสดงความคิดเห็น และ แก้ไขนิดนึงนะครับ คำว่า(ตองยี)เป็นชื่อที่คนพม่าเขาใช้เรียกเมืองนี้กันครับ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมืองแต่อย่างใด ตองยี มีชื่อว่า(ต้นตี)เป็นภาษาไทใหญ่ ซึ้งก็ยังเรียกจนถึงทุกวันนี้ มีความหมายว่า ต้นไม้ชนิดนึงแต่ผมนึกชื่อภาษาไทยไม่ออกครับ พม่าเรียกตามไม่ถูกเลยกลายเป็น ตองยีครับ ประวัติของเมืองต้นตี หรือที่พม่าเรียก ตองยี ไม่เกี่ยวข้องกับภูเขาแต่อย่างไรครับ เพราะเมืองส่วนมากในรัฐฉานอยู่ติดภูเขาเกือบทุกเมืองอยู่แล้วนะครับ

ความคิดเห็นของ khamarus June 5, 2012 เวลา 11:11 am

ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นครับ รัฐฉาน หรือ จะเรียกอีกชื่อหนึ่ง คือ เมิงไตย ครับ จะมีประชากรชาวไตย หรือ ไทยใหญ่ อาศัยอยู่ในรัฐแห่งนี้ประมาณ 60% ชนเผ่าอื่น ๆ อีก 12 ชนเผ่าหลัก ๆ ประมาณ 40% เช่น ปะโอ ปะหล่อง ว้าฯ เป็นต้น ชาวรัฐฉาน ไม่ใช่เชื้อชาติเดียวกับพม่าครับ ต้นตระกูลภาษาก็แตกต่างกันมาก รัฐฉานมีเอกราชเป็นของตัวเองมาโดยตลอด ชาวรัฐฉานเพิ่งตกอยู่ใต้อำนาจพม่า ในปี ค.ศ. 1984 นี้เอง แม้ชาวโลกจะเหมารวมพวกเขาเป็นชาวพม่า นั่นเป็นความคำพูดที่เจ็บปวดอย่างหาอะไรเทียบไม่ได้ พม่ากดขี่ข่มเหงชาวฉาน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บลูกหาบให้ผู้ชายชาวรัฐฉานเป็นโล่ห์กำบังกระสุน ฆ่าข่มขืนหญิงชาวฉาน เผาบ้าน เผาเมือง และอื่นๆ อีกนานับประการ ในรัฐฉานจะใช้ภาษาพม่าเฉพาะคนพม่าที่เข้ามาอยู่ในรัฐฉาน และในหน่วยงานของข้าราชการพม่าเท่านั้น นอกเหนือจากนี้จะใช้ภาษาไทยใหญ่ เป็นภาษากลางในการสื่อสาร ชนเผ่าหลัก 12 ชนเผ่า และชนเผ่าอื่น อีกหลายชนเผ่า จะสื่อสารกันไม่ได้ จึงใช้ภาษาไตย (ไทยใหญ่)เป็นภาษากลางในการสื่อ สุดท้ายนี้อยากให้ทุกท่านที่จะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับรัฐฉาน ได้ศึกษาความเป็นมาให้ดีก่อน ไม่ควรเขียนเรื่องราวที่ผิดจากความเป็นจริง เพราะจะทำให้ผู้อื่นที่สนใจศึกษาเล่าเรียน ได้รับข้อมูลที่ผิด และไม่ควรพูดว่าชามรัฐฉานเป็นชนชาติเดียวกับพม่า เพราะตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันนี้ ชาวรัฐฉานประมาณ 50% ที่ไม่ยอมรับ ไม่ยอมถือสัญชาติพม่า ส่วนที่ยอมถือสัญชาติพม่าไม่ใช่ยอมรับในพม่า เพียงแต่บางส่วนถูกพม่าบังคับให้อบยพเข้ามาอยู่ในตัวเมือง จึงจำเป็นต้องมีบัตรประจำตัว และอีกส่วนหนึ่งเพื่อความสดวกในการประกอบอาชีพ และการเดินทางระหว่างประเทศเท่านั้น… ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นของ khamarus June 5, 2012 เวลา 11:24 am

เพิ่มเติมอีกนิดครับ เผื่อใครอยากจะศึกษา

ประชากรรัฐฉาน

ประชากรของรัฐฉานมีอยู่ราว 10 ล้านคน ปะปนกันราว 20 ชนชาติ จะยกตัวอย่าง 16 ชนชาติที่เห็กันได้ทั้วไปได้แก่

1) ชาวฉาน หรือ ชาวไต (ไทยใหญ่) มีอยู่ราว 68% นับเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ในดินแดนนี้ ส่วนใหญ่เป็นกสิกรและประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์อาศัยอยู่ทั้งในหุบเขาและพื้น ราบ ชาวฉานซึ่งเรียกตัวเองว่าไต (Tai) นี้ไม่เพียงตั้งรกรากอยู่ในรัฐฉานเท่านั้น แต่ยังอาศัยอยู่ในมณฑลยูนานและกวางตุ้งของสาธารณรัฐประชนจีน ในรัฐอัสสัมของอินเดีย ในประเทศลาวและประเทศไทย รวมทั้งในเวียดนามภาคเหนือ และกัมพูชา สำหรับในพม่า ชาวฉานยังตั้งรกรากเรียงรายอยู่ตามเชิงเขาของที่ราบสูงในรัฐฉานเรื่อยลงใต้ ไปถึงเมืองทะวายของรัฐมอญ

เนื่องจากมีการอพยพกระจัดกระจายไปอยู่ตาม พื้นที่วงขอบของรัฐฉาน จึงถูกเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามสถานที่และประเทศที่เข้าไปอาศัยอยู่อย่าง เช่นไตมาว, ไตลาว, ไตหลอย, ไตลื้อ, ไตแลม และไตไทย เป็นต้น ทว่าผู้คนเหล่านี้ล้วนมีคำนำหน้าว่า ‘ไต’ ที่แสดงถึงการสืบทอดสายเลือดอย่างชัดเจนว่าพวกเขามาจากบรรพบุรุษเดียวกัน

2) ปะหล่อง หรือ ตะอาง (Palaung or Ta-arng) มีอยู่ราว 7% ของประชากรทั้งหมด เขา
เหล่า นี้มักเรียกตัวเองว่าตะอาง อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในพื้นที่ภูเขาทางเหนือของน้ำสั่น (Nam Hsan) หรือเมืองปะหล่อง – ตองเป็ง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ชาเพื่อนำมาทำชาฝรั่งและชาจีนเพื่อการบริโภคใน ประเทศ เพื่อยกระดับทางสังคม – การเมือง ชาวปะหล่องจำนวนไม่น้อยอพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่ภูเขาทางภาคกลาง และภาคใต้ของรัฐฉาน และดำรงชีพอยู่ด้วยการทำไร่ชา

3) ปะโอ หรือ ต่องสู่ (Pa-o or Taungsu) ชนชาติปะโอมีจำนวนใกล้เคียงกับปะหล่อง
ตาม ปกติมักอาศัยอยู่ทางภาคมใต้ของรัฐฉาน ปลูกพืชฤดูเดียวอย่างเช่น มันฝรั่ง, กะหล่ำปลี, กระเทียม, ใบยาสูบ ป้อนให้กับอุตสาหกรรมรวมผลิตบุหรี่สำหรับคนพื้นเมืองและชาวพม่า

4) ว้า (Wa) มีประมาณ 5% ของประชากร อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาทางภาคตะวันออก ตาม
ลำน้ำสาละวินและตามแนวชายแดนติดกับจีนมักตั้งบ้านเรืองอยู่ตามหุบเขาและไหล่เขาและยังชีพด้วยการทำงไร่เลื่อนลอย

5) คะฉิ่น (Kachin) อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของรัฐฉานใกล้ชายแดนระหว่างรัฐฉานกับรัฐ
คะฉิ่น มักประกอบอาชีพเลี้ยงปศุสัตว์และปลูกพืชพัก ข้าวโพกและข้าวในหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ในทิวเขาอันห่างไกล

6) ทนุ (Dhanu) คือผู้คนที่ตั้งรกรากอยู่ในพื้นราบบนไหล่ลาดทางตะวันตกของที่ราบสูง
ในรัฐฉานติดกับเขตแดนพม่า มักประกอบอาชีพทำนาและทำสวนพืชพัก

7) อินตา (Intha) อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเรือนแพ และในแปลงสวนบริเวณทะเลสาบอินเล
ที่นั่นพวกเขาทอผ้าไหมและทำงานหัตถกรรม อันเป็นอุตสหกรรมในบ้านที่ถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุคน

8) ลาหู่ หรือ มูเซอ (Lahu or Muser) อาศัยอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน และ
บริเวณพื้นที่ป่าเขาใกล้พรมแดนระหว่างรัฐฉานและประเทศไทย

9) อาข่า หรือ อีก้อ (Akha or Ekaw) ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนระหว่างรัฐฉาน
และประเทศลาว

10) โกก้าง (Kokangnese) อาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉาน ใกล้มณฑลยูน
นานของสาธารณรัฐประชาชนจีน มักประกอบอาชีพทำไร่ เลี้ยงปศุสัตว์ และค้าขายข้ามพรมแดนไปมาระหว่างรัฐฉานกับจีน

11) ปะต่อง หรือ คะยาน (Padaung or Kayan) ตั้งรกรากอยู่ในรัฐฉานภาคใต้รอบๆ เมือง
ปา ย มักประกอบอาชีพทำไร่และเลี้ยงปศุสัตว์สตรีพื้นเมืองของพวกเขาเป็นที่รู้จัก กันในนามของ “กะเหรี่ยงคอยาว (Giraffe Neck)” เนื่องจากการสวมห่วงเงินไว้รอบคอไนฐานะเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่ง

12) ลีซู หรือลีซอ (Lisu or Lisaw) อาศัยกระจัดกระจายกันอยู่ในภาคเหนือและภาคใต้
ของรัฐฉานในพื้นที่ป่าเขาอันห่างไกล แต่มิได้ตั้งรกรากเป็นชุมชนขนาดใหญ่และถาวร เนื่องจากคุ้นเคยกับการทำไร่เลื่อนลอย

13) ยางคำ (Yang – lam) ตั้งรกรากอยู่รอบๆ เมืองสู้ และเมืองเคซี – ม่านจ๋าม (Kesi –
Mansam) ในรัฐฉานภาคกลาง มักประกอบอาชีพการทำไร่แบบดั้งเดิม

14) ลีจู (Liju) อาศัยอยู่รอบนอกของรัฐโกก้างทางภาคเหนือประกอบอาชีพเลี้ยงปศุสัตว์
บนที่สูงและทำไร่บนภูเขา

15) คนจีนและอินเดียอพยพ มักพบได้ทั่วไปในรัฐฉาน ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า เจ้าของร้าน
และนายทุนเงินกู้ ทว่าบางส่วนประกอบอาชีพทำไร่และเลี้ยงปศุสัตว์

16) ชาวพม่า (Burmese or Burman) อาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจาย ส่วนใหญ่มักเป็น
เจ้า หน้าที่ในสำนักงานของรัฐ เป็นครูหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร มีบางส่วนเข้ามาหางานทำเป็นแรงงานฝีมือและแรงงานรับจ้างต่างๆ ทั้งในเมืองและในชนบท

กลุ่มชนส่วนน้อยอื่นๆ อย่างเช่นพวกแอ่น (En) ทะนอ (Dhanor) ปาเลย์ (Palay) และอื่นๆ สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในรัฐฉาน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำกสิกรรมแบบดั้งเดิม ชนชาติทั้งมวลอยู่รวมกันอย่างกลมกลืนมานานนับพันปี ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันทั้งในยามสันติและยามสงคราม

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่

ความคิดเห็น

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน

[X] close
[X] close